เข้าสู่ระบบสมาชิก

มี 17 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 ชื่อว่า "สายไหม" ปัจจุบันเป็นชื่อของแขวง ๆ หนึ่งอยู่ในเขตสายไหม กรุงเทพฯ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดสายไหม ที่มีคลองหกวาเป็นเขตแนวกั้นระหว่างจังหวัดปทุมธานี กับกรุงเทพมหานคร แต่คำว่า "สายไหม" เท่าที่ได้ฟังคนเก่าเล่ามาว่า ในอดีต คือเมื่อก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๓ บริเวณนี้เป็นทุ่งกว้างใหญ่ มีชื่อว่า "ทุ่งหลวง" พื้นที่เป็นทุ่งหญ้า ป่ากก ป่าปรือ มีหนองน้ำกว้างใหญ่ ในฤดูฝนมีน้ำท่วมอยู่เต็มทุ่ง มีลำธารไหลผ่านทุ่งนี้ ไปบรรจบกับคลองบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในฤดูน้ำนี้ชาวบ้านบางตลาดใช้ลำธารสายนี้เป็นทางเดินเรือนำสินค้าไปขายจนถึงจังหวัดนครนายก ดังนั้นในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอนสูงก็จะเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เสือ ช้าง และนกนานาชนิด ส่วนในเป็นพื้นที่ลุ่มก็เป็นหนองน้ำ เป็นบึงที่กว้างใหญ่ เป็นรวมของพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดจนถึงจรเข้ จึงนับได้ว่ามีปลาชุกชุมมาก (ปัจจุบันคือบริเวณที่เป็นหมู่บ้านสายไหม ถนนลำลูกกา) ชาวบ้านคลองบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จะพากันออกเดินทางแต่เช้าตรู่พร้อมด้วยเครื่องมือจับปลา มุ่งหน้ามายังทุ่งนี้เพื่อจับปลาเอาไปสะสมไว้เป็นอาหาร ครั้นเย็นลงก็พากันกลับบ้านพร้อมกับปลาเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีข่าวกระจายออกไป เมื่อใครรู้ข่าวเข้าก็อยากจะมาบ้าง จึงเกิดคำถามขึ้นว่าไปถึงที่หาปลายนั้นน่ะ "สายไหม" จากคำถามที่ว่า สายไหม สายไหม นาน ๆ วันเข้าจึงกลายเป็นชื่อของทุ่งนี้ขึ้นมาใหม่ว่า "สายไหม" ต่อมามีผู้อพยพจากคลองบางตลาดมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่บริเวณทุ่งนี้เป็นจำนวนหลายครอบครัวจึงเกิดเป็นหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ ชื่อวัด ชื่อตำบลว่า "สายไหม" ที่ใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ 
 
         ครั้นต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมอบให้บริษัทขุดคลองและคูนาสยาม เป็นผู้ขุดคลองระบายน้ำ ส่งน้ำ เพื่อการชลประทานในการทำนานในบริเวณ "ทุ่งหลวง" นี้ และทรงแต่งตั้งให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ เป็นแม่กรอง ขุดคลองสกัดน้ำ ๓ คลอง คือ คลองประตูน้ำจุฬาภรณ์ (คลองรังสิตประยูรศักดิ์) อำเภอธัญบุรี และคลองหกว่า อำเภอลำลูกกา และได้ขุดคลองซอยที่ ๑ ถึงคลองที่ ๑๖ แล้วมีการออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ที่ถือครองอยู่ริมลำธารจึงย้ายมาอยู่ตามริมคลองที่ขุดใหม่นี้ เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินบริเวณปากคลอง ๓ และคลองหกวานี้มีที่ดินเหลือเศษอยู่จำนวนหนึ่งด้านตะวันออกกว้าง ด้านตะวันตกแหลมเป็นชายธง ด้านใต้ติดคลองขุดใหม่คือคลองหกวา มีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๓๕ ตารางวา หม่อมราชวงศ์หญิงน้อยและหม่อมหลวงนุ่ม ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ มีจิตศรัทธายกให้เป็นที่สร้างวัดและให้ใช้ชื่อตามหมู่บ้านว่า "วัดสายไหม" โดยได้รับพระบรมราชานุญาต เมื่อ ปีจอ พ.ศ. ๒๔๔๑ สัมฤทธิ์ศก ค.ศ. ๑๘๔๙ จ.ศ. ๑๒๖๐ ร.ศ.๑๑๗ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ร.ศ. ๑๒๕ โดยมีเจ้าอธิการญัติ อุตฺตโม (หลวงปู่ญัติ อุตฺตโม) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และเป็นเจ้าคณะหมวดกลางสายไหมมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านจึงมรณภาพ 
 
         หลักฐานที่ว่ามานี้มีเหตุพอจะเชื่อถือได้ก็คือ หลวงปู่เริ่ม เจ้าอาวาสวัดหน้าโบสถ์ อำเภอปากเกร็ด (วัดหน้าโบสถ์ วัดท่าโมกข์ และวัดเชิงท่า ทั้ง ๓ วัดถูกเวณคืนไปเพื่อสร้างกรมชลประทานปัจจุบัน และทางราชการสร้างวัดชลประทานรังสฤษดิ์ขึ้นมาแทน) ท่านเป็นผู้ที่ส่งหลวงปู่ญัติ อุตฺตโม มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสายไหมนี้ ชาวบ้านบางตลาดเป็นชาวรามัญ วัดนี้จึงเป็นวัดที่สืบมาจากทางรามัญ ในสมัยที่หลวงปู่ญัติ เป็นเจ้าอาวาส พระวัดสายไหมสวดมนต์ภาษารามัญ และมีสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ รูปหงส์หล่อ ๒ ตัว ยืนอยู่บนยอดเสา (ถูกขโมยไป ๑ ตัว เหลืออยู่ ๑ ตัว)